วันเสาร์ เริ่มต้นเช้าวันใหม่ของเราด้วยความเบิกบาน หนูกับแม่ตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม แม่จำต้องตื่นเพราะหนูตื่นแม่ก็ต้องตื่นไม่ว่าบรรยากาศมันจะน่านอนแค่ไหนก็ตามที แม่เลยเอาหนูลงมาทานอาหารเช้ากับแม่ หนูก็นั่งหม่ำไป แม่ก็ทำความสะอาดไป บ้านเราได้ทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็เสาร์อาทิตย์นี่ล่ะ กว่าพี่จะตื่นก็โน่น เจ็ดโมงเช้าเชียว ลงมาหน้ายิ้มละไม กอดแม่กอดน้อง บอกกู๊ดมอร์นิ่ง น่ารักจริงลูกแม่


เห็นแม่ถ่ายรูป เลยถ่ายด้วย แต่ ธรรมดาได้ที่ไหน ต้องมี พร๊อบ ส่วนตัว ^^


เราได้คุยกับแดดดี้วันนี้นานสองนาน มีเรื่องอัพเดทกันเยอะแยะไปหมด แดดดี้ก็อารมณ์ดี หนูก็บอกรักแดดดี้ไปทุกๆจังหวะ แต่ตอนเราจะบ๊ายบายกับแดดดี้ แม่บอกว่าแม่คิดถึงแดดดี้มากกว่าอะไรทั้งหมด ลูกก็แทรกมาเลยว่า ไม่จริงลูกคิดถึงมากกว่า โห มีเกทับกันด้วย อ๋อลืมไปแม่เล่าให้แดดดี้ฟังเรื่อง ลูกได้รับ เอกสารเกี่ยวกับ พฤติกรรมที่โรงเรียนเรื่องไม่ฟังครู พอแม่เริ่มเอ่ยจะเล่า ลูกก็บอกว่า ไหนว่าจะไม่เล่าให้แดดดี้ฟังไง แม่ก็เลยบอกว่า งั้นไม่เล่าแดดดี้นะ แต่ก็พูดกับแดดดี้ต่อโดยสะกดคำ พอแม่สะกดเสร็จลูกอ่านตามเลย ทำเอาแม่กับแดดดี้ หัวเราะ ก๊าก เพราะนับจากนี้เราจะพูดคำ อะไร ห้ามสะกดอีกต่อไปแล้ว แม่บอกแดดดี้ว่าเราไปเรียนภาษาอื่นเพิ่มเติมดีกว่าเพราะลูกรู้หมด ทำเอาหัวเราะหัวขันกันไป



แม่เล่าให้แดดดี้ฟังเรื่อง Summer school ของลูกด้วย ว่า ทางโรงเรียนบอกว่า ลูกค่อนข้าง เป็นเด็กหัวดีและมีความคิดเป็นแพทเทิร์นที่ดี มีฟอร์มให้การคิดแบบมีเหตุ มีผล แดดดี้บอกว่าปีหน้าเราให้ลูกเข้าโรงเรียนนี้อีกในหน้าร้อน แม่บอกว่าคงไม่ได้ล่ะ เพราะเราจะกลับไทย ^_^ แดดดี้เลยนึกได้ว่า อือ แต่ได้ยินข่าวทางเมืองไทย การเมืองเริ่มระอุ อีก แดดดี้บอกว่า คราวหน้ากลับไปจะปิดสนามบินอีกไหม เพราะคราวก่อนปิดแล้วไม่มีผลลงโทษอะไร คราวนี้ปิดก็ต้องไม่มีผลลงโทษ เพราะไม่งั้นกลายเป็น Double standard แม่ก็ตอบแดดดี้ว่าไม่รู้จริงๆ แม่ล่ะกลัว เพราะคราวก่อนเราหมดเงินกันเป็นแสน เพราะการปิดสนามบินนี่ล่ะ เข็ดไหม แม่ต้องบอกว่า เรื่องเสียเงินไม่เท่าไหร่ แต่ ทำให้เราลำบากในการเดินทางมากๆ ไหนจะติดเรื่องงานของแม่ งานของแดดดี้ และลูกๆต้อง ตะลอนๆ จากสนามบินนั้น สนามบินนี้ มันเหนื่อยยาก มากๆๆ แทนที่จะได้ไดเรคไฟลท์แบบที่เราจองไว้ตั้งแต่ต้น อันนี้ต้องดูสถานการณ์บ้านเมืองอีกแล้ว กลับไทยแต่ละที แม่กลัวจริงๆ
สายๆ เราไป แวะ ซื้อเลโก้ให้ลูก จริงๆ ไม่ควร reward ในพฤติกรรมที่ลูกทำที่โรงเรียน แต่แม่ไม่อยากทำให้เป็น Big deal เพราะ พฤติกรรมนี้มันไม่ได้รับไม่ได้เสียเลย แค่ ไม่ฟัง As report say :: not listening to teacher 3 times :: แต่ลูกทำตัวดี ดูแลน้อง ช่วยเหลือแม่ หลายๆอย่างแม่ว่า แม่ต้องแยกมันให้ออก แม่ซื้อให้ลูก แล้วก็อธิบายลูกไปด้วย ลูกก็เข้าใจมันดี แม่ก็พอใจ เพราะ แม่ไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่า โดนทำโทษอะไรกันหลายต่อ เพราะ กฎของแม่กับของโรงเรียนต่างกัน แม่อธิบายไป แต่หากลูกมี อีกที่โรงเรียน เราต้องมาคุยกัน และ กฎของแม่กับของโรงเรียนต้องไปด้วยกัน ลูกบอกว่า ไม่มีอีกแล้ว แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่ กอดไหล่ลูก แล้วเดินคุยกันไป ก็เท่านั้น

อันนี้ทำให้ตัวเอง ออกมางามงด
จากนั้นเราแวะ Grocery วันนี้แม่ไม่ได้ทำลิสต์ เพราะลืม เนื่องจาก อาทิตย์ที่ผ่านมาแม่ยุ่งมากๆ ไม่ได้แก้ตัว เพียงแต่อธิบายเหตุผลให้ลูกรู้ไว้ แม่เลยให้หนูถือคูปอง ลดราคา แต่ละรายการเอาไว้ แล้วพอเราจะจ่ายเงินแม่ขอคูปองมา เท่านั้นล่ะ หนูร้องไห้โหยหวนเสียอกเสียใจนักหนา แม่หยิบคูปองใหม่ให้ก็ไม่เอาแล้ว เพราะอารมณ์เสี่ยแล้ว แม่รู้ล่ะว่าหนูง่วงหนูเหนื่อย แต่สิ่งที่หนูทำไม่เหมาะเลยไม่ว่าแม่จะทำไง หนูก็ไม่หาย กรี๊ดๆ ดิ้นแรงพลังปานช้างสาร แต่ไร้กระดูก จนแม่ต้องออกแรงพลังทั้งหมดคอยระวังไม่ให้หนูตกปวดแขนมาก พอตอน กำลังจะโหลดของ มีแม่คนหนึ่งเดินมาบอกแม่ว่า เค้าจะช่วยแม่ โหลดของพวกนี้ เค้าบอกแม่ว่า "don't ever feel bad to yourself, kid is kid , she has her own temper.I see you tried to sooth and calm her down, she will soon" แล้วก็หยิบของ ช่วยลูกด้วยนะ เค้าบอกให้แม่จับหนูให้ดีๆ แม่แบบ ซึ้งน้ำใจมาก แม่ยังถามเค้าเลยว่า หน้าตาแม่มันดูน่าสงสารหรือต้องการความช่วยเหลือมากเหรอ เค้าถึงเข้ามา เค้าบอกว่า ไม่เลยตรงกันข้ามต่างหาก แต่เค้าอยากช่วย แล้วเค้าก็กอดแม่ และตบไหล่แม่พูดกับแม่ว่า Don't afraid to say "YES" to get help.เค้าบอกว่าเค้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเค้าและเค้ายังคิดเลยว่าหากมีใครซักคนได้ช่วยเค้า มันจะดีมากๆเลย และเค้าบอกกับแม่ว่าเค้าก็เชื่อว่า แม่จะต้องทำกับคนอื่นเหมือนกับที่เค้าทำให้แม่เช่นกัน แม่แบบยิ้มให้เค้าเลย แม่รู้สึกว่า โลกนี้มันสวยงาม ท่ามกลางชีวิตวุ่นวาย ท่ามกลางหลายๆ สิ่งหลายๆอย่าง แม่มักจะเจอคนดีๆ มีน้ำใจกับแม่เสมอ ทั้งๆที่เค้าเป็นคนแปลกหน้า จะว่าโชคดี ก็ต้องบอกว่า ใช่ แต่แม่ว่ามันน่าจะเฟคเตอร์อื่น หนูก็เหมือนกดปุ่ม เลย แม่จ่ายเงิน เสร็จ นิ่งเป็นปลิดทิ้ง แล้วก็กอดแม่ หอมแม่ และหนูพูดว่า Mommy I am sorry, I don't mean to. แม่โดนแซวเลยว่า She got her own !!! เพราะแม่ พูดดุหนูไม่ออกเลย หนูพูดแบบนี้ แม่ก็ต้องชม แต่ก็ตบท้ายว่า พฤติกรรมแบบนี้ เรียกว่า ไม่น่ารักอย่างแรง แม่ไม่ชอบ และไม่มีใครชอบ เพราะหนูดูไม่น่ารักมากๆ หนูทำหน้าจ๋อยๆ แต่แม่ก็ต้องเข้มงวด เพราะ พฤติกรรมนี้ แม่ว่า เกินไปจริงๆ แต่แม่ก็เข้าใจล่ะ หนูยังเล็ก แม่เคยบอกกับตัวเองเสมอว่า วัยแรกเกิดถึงขวบ คือวัยทดสอบ ภาวะร่างกายและความอดทนทางกายและใจของแม่ แต่พอสองขวบไปจนสองขวบครึ่งคือวัยทดสอบ สภาพจิตใจ และ สติของแม่ เลยจากนี้แล้ว ก็ถือว่า ภาวะปกติของแม่กับลูก ที่ต้องดีล ต้องเรียนรู้กันไป

A princess crown...made my shopping time gone gloomy

แม่ชอบดูหนูเล่น เกมส์นี้ เพราะหนูใช้มือข้างหนึ่งพยายามตกปลา และอีกข้างกำกับ น่ารักดี

จากนั้นเราก็กลับมาบ้าน ลูกน่ารักมาก ช่วยแม่โหลด แม่ทำทุกอย่าง ลูกสาวแม่ กลับมาถึงบ้าน งอแง อีกแม่รู้เลยว่าเหนื่อยแม่ก็ปล่อย แล้วก็เป็นจริงดังคาด ล้มตัวหลับ ข้างๆ โซฟา มุมเดิม แม่ก็ต้องปล่อยให้นอน และ รีบจัดของเข้าตู้เย็น พร้อมกับอาหารกลางวันให้ลูก แล้ววิ่งออกไปหลังบ้าน ไปใส่ปุ๋ยหญ้ากับเมล็ดหญ้าในสนาม เพราะวันนี้ฝนตก แต่พอทำไปได้ซักพัก หิมะตก T.T อย่างหนักเลย แล้วอย่างนี้หญ้าแม่จะขึ้นไหมนั่น ปีนี้แม่ต้องทำเองหมดเป็นปีแรกด้วยนะ แต่หากไม่ขึ้นไม่งาม แม่ก็จะโทรเรียกบริษัทดูแลสนามหญ้ามาจัดการ เพราะคนที่ทำงานแดดดี้จะส่งคนมาตัดหญ้า บ้านเราทุกสองสัปดาห์ แถมเพื่อนบ้านอีก แม่ก็ไม่รู้ว่า คนมาช่วยเราเยอะเกินไปไหม คิดล่วงหน้าไปก็แอบเครียดไป เล่าให้ซินดี้ฟัง ซินดี้บอกว่า ก็จริงเหมือน ที่ผู้หญิงคนนั้นที่ช่วยแม่ที่ Grocery ว่าแม่ต้องรู้จัก Say yes, when you get offer to help. ซินดี้บอกว่าแม่ น่ะ Too independent !!! in someway...

เพื่อนที่แม่รัก


หนูเรียกซินดี้ตลอด " Look , Cindy pretty??, Cindy watch..." ซินดี้ก็พูดชมสิ "Wow pretty,wow nice..wow good job..." หนูตอนนี้สนิทกับซินดี้เท่าแม่แล้วหรือยังเนี้ยะ ^_^ แถมวันนี้ แม่สอนคำใหม่ เพราะหนูมีกระเป๋าส่วนตัวใส่มือถือ((ของเล่น))และสมบัติล้ำค่าของหนู หนูก็เห็นซินดี้ เอามือถือมาวาง หนูเลยนึกได้ว่า ต้องเอามาวางใกล้ๆตัวบ้าง หนูเลย บอกแม่ว่า Mommy , I need this...แม่ก็บอกว่า "กระเป๋า" หนูก็นิ่ง แม่ก็ย้ำ อีกครั้ง แล้วก็พูดว่า Purse หนู พูดทันทีเลยว่า Mommy, หยิบ Purse ^^"

บรรยากาศบ้านเรา หลังมื้อเย็น แม่ว่า ดีนะ เด็กๆ สนุกกัน และ เพลิน แม่กับซินดี้ก็คุยกันไป

ใคร ๆ ก็ชอบให้หนูเป็นเจ้าหญิง ดูสิ คอลลิน ทำมงกุฎให้อีกอัน ตอนแรก เป็น swan princess การ์ตูนฮิต หนูไม่เอา โกรธ บอกว่า No no no, I don't like saaaaaaawon ^^ คอลลินเลยต้องติด ไดโนเสาร์ให้เท่านั้นล่ะ ยอมใส่เลย ทำเอาซินดี้หัวเราะ ตอนนี้หนูเลยเป็น Dinosaur princess
แม่ทำกับข้าว วันนี้ทำข้าวเหนียวไก่ย่าง และทำ พาสต้าเมดิเตอร์เรเนี่ยนกุ้ง สำหรับซินดี้และคอลลินมาทานอาหารบ้านเรา และ อาหารอร่อย บรรยากาศดี แน่นอน หมดเกลี้ยง แม่ล่ะปลื้ม เด็กๆชอบ ข้าวเหนียวไก่ย่าง แม่กับซินดี้ ทานพาสต้า หนูของแม่มาแจมๆ พาสต้าบ้างนิดหน่อย สไตล์หนูล่ะ ต้องเล็มอย่างละนิดอย่างละหน่อย เด็กๆ สนุกกันมาก ทำงานศิลปะกันเพลิน ไหนจะโฟมสติ๊กเกอร์ทำการ์ดถึงแดดดี้กัน แล้วยังมีร้อยลูกปัดกันสารพัดแบบ ซินดี้อยู่กับเราสี่ชั่วโมงเต็ม ซินดี้คุยกับแม่ว่า ชีวิตความเป็นแม่มันเปลี่ยนแปลงมากจริงๆ เพราะซินดี้เห็นแม่ใส่สร้อยพาสติกที่ลูกทำให้แม่ แล้วบอกว่า แม่ดูแปลกตาดี แม่หัวเราะเลย แม่เลยบอกว่า ใส่ไปไหนมาไหนสองวันติดๆแล้วนะ จริงๆ สร้อยเส้นนี้มันไม่มีอะไรเลยนะ แต่แม่ใส่แล้วแม่ภูมิใจ แม่ปลื้มใจ เพราะ ลูกแม่ตั้งใจทำให้แม่ เลือกเม็ดพลาสติก รูปหัวใจ ลายที่มีความหมายสื่อถึงความรักที่ ลูกมีให้กับแม่จริงๆ แค่นี้คุณค่ามันก็มากกว่าสร้อยแพงๆอีกนะลูกนะ

On the left you made for your sister on the right is mine

see the beads , how you did ...I love it
Note to self :: Beginning day light saving time tomorrow